อัญมณีกาญจนบุรี มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีของโลก

สินค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับของไทยมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคใน
ตลาดโลกอย่างกว้างขวาง ในระยะสองสามปีมานี้ประเทศไทยสามารถส่งออกสินค้าอัญมณีและ
เครื่องประดับได้เป็นมูลค่ากว่าแสนล้านบาท โดยในปี 2550 มีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 185,150 ล้าน
บาท (5,381 ล้านเหรียญสหรัฐ) แต่ก็คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 2.0 – 2.5 ของมูลค่าการค้าอัญมณีกาญจนบุรี

และเครื่องประดับในตลาดโลกเท่านั้น ทั้งนี้ในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกและส่วนแบ่งทางการตลาด
ให้แก่สินค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับไทย รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่
ภาคอุตสาหกรรมฯ นั้น แนวทางสำคัญประการหนึ่งคือ การก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศศูนย์กลางการ
ผลิตและการค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับของโลกอย่างยั่งยืน
อุตสาหกรรมอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับของไทยในปัจจุบันมีลักษณะเป็นฐานการผลิต
(Manufacturing Base) และฐานการค้า (Trading Base) ที่ยังมีขนาดไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับประเทศ
ศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับที่สำคัญอื่นๆ เช่น เบลเยี่ยม สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อินเดีย ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกนับหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงประเทศจีนที่กำลังพัฒนาประเทศให้ขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับแห่งใหม่ของเอเชียและของโลก ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาประเทศให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับของภูมิภาคตะวันออกกลางและของโลก

หากประเทศไทยต้องการที่จะเป็นทั้งศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสินค้าพลอยกาญจนบุรีสี ตลอดจนจัดตั้งและ/หรือพัฒนาตลาดกลางค้าอัญมณีกาญจนบุรีซึ่งยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับแห่งชาติเล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาถึงปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยวัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนได้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลกได้สำเร็จ
2. วัตถุประสงค์ของโครงการ
2.1 เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของประเทศเบลเยี่ยม สหรัฐอเมริกา อิสราเอล อินเดีย
จีน และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในฐานะศูนย์กลางการค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับที่สำคัญ
ของโลก
2.2 เพื่อศึกษาผลดีและผลเสียของการลงทุนผลิตและส่งออกสินค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับโดย
บริษัทต่างชาติที่เข้ามารับการส่งเสริมการลงทุนในเขตส่งเสริมการลงทุนต่างๆ
ภายในประเทศไทย
2.3 เพื่อกำหนดกลยุทธ์และแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับ
ไทยให้ก้าวสู่การเป็นประเทศศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับของโลก
2.4 เพื่อกำหนดแนวทางการจัดตั้ง และ/หรือ พัฒนาตลาดกลางค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับ (Gem
and Jewelry Exchange) ในประเทศไทย

 

3. วิธีดำเนินการวิจัย
3.1 รวบรวมและศึกษาข้อมูลอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับของประเทศเบลเยี่ยม สหรัฐอเมริกา
อิสราเอล อินเดีย จีน และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในประเด็นต่างๆ ได้แก่
• โครงสร้างอุตสาหกรรม
• โครงสร้างภาษี
• กฎระเบียบและนโยบายการค้า
• นโยบายส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น นโยบายภาษี การเงินการ
ธนาคาร การส่งเสริมการลงทุน การส่งเสริมการส่งออก การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การ
วิจัยและพัฒนา การตลาดและการสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมจุดยืนการเป็น
ประเทศศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก และด้านอื่นๆ ที่
เกี่ยวข้อง
• บทบาทและหน้าที่รับผิดชอบของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม
อัญมณีและเครื่องประดับของประเทศ

โดยข้อมูลดังกล่าวข้างต้นสามารถรวบรวมได้จากแหล่งข้อมูลดังนี้
• ข้อมูลปฐมภูมิจากการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ
ภาคอุตสาหกรรมฯ เข้าร่วมงานประชุมสัมมนานานาชาติ รวมถึงเข้าร่วมการสัมมนาด้าน
การตลาดในงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในต่างประเทศ
• ข้อมูลทุติยภูมิจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกประเทศ อาทิเช่น กรมการ
ค้าต่างประเทศ กรมส่งเสริมการส่งออก สมาคม หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สำนักงาน
พาณิชย์ในต่างประเทศ เป็นต้น
3.2 วิเคราะห์ปัจจัยสู่ความสำเร็จของประเทศเบลเยี่ยม สหรัฐอเมริกา อิสราเอล อินเดีย จีน และ
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในการเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก
3.3 วิเคราะห์ผลดีและผลเสียของการลงทุนผลิตและส่งออกสินค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับโดย
บริษัทต่างชาติที่เข้ามารับการส่งเสริมการลงทุนในเขตส่งเสริมการลงทุนต่างๆ
ภายในประเทศไทย
3.4 วิเคราะห์โอกาสและอุปสรรคของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยในการก้าวสู่
การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก
3.5 กำหนดกลยุทธ์และแนวทางในการปฏิบัติสำหรับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย
เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก
3.6 กำหนดแนวทางการจัดตั้ง และ/หรือ พัฒนาตลาดกลางค้าอัญมณีกาญจนบุรีและเครื่องประดับ (Gem and
Jewelry Exchange)

 

4. ผลการวิจัย
จากการรวบรวมและศึกษาข้อมูลในประเทศดังกล่าวข้างต้น สามารถสรุปปัจจัยความสำเร็จ
ในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของแต่ละประเทศได้ดังนี้
4.1 ประเทศจีน
ประเทศจีนมีปัจจัยความสำเร็จหลักที่สำคัญ คือ ความได้เปรียบจากค่าจ้างแรงงานที่
ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ จึงมีการย้ายฐานการผลิตจำนวนมากจากต่างประเทศ ส่งผลให้เกิดการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีขึ้น (Technology Transference) หรือบางครั้งประเทศจีนก็ใช้วิธี
Technology Inference เป็นการอนุมานเทคโนโลยี อาศัยการสังเกตและนำไปพัฒนาด้วย
ตนเอง ซึ่งการที่ต่างประเทศย้ายฐานการผลิตมาที่จีน ส่วนหนึ่งมาจากปริมาณการบริโภค

ภายในประเทศที่สูง นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมจากภาครัฐบาลโดยเฉพาะการตั้งตลาดกลาง
ค้าเพชรเซี่ยงไฮ้ (SDE) และ ตลาดกลางค้าทองคำเซี่ยงไฮ้ (SGE) รวมถึงนโยบายทางด้านภาษี
สำหรับการส่งออกอุตสาหกรรมจีนมีการแบ่งแยกประเภทสินค้าเพื่อเลือกส่งเสริมและทำการ
สื่อสารผ่านสื่อให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยประสานความร่วมมือกับฮ่องกงที่จัดเป็น
ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเอเซีย การดำเนินงานดังกล่าวจึงทำให้จีนในวันนี้เปรียบเสมือน
New Comer ที่มีอาวุธครบมือ พร้อมที่จะแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากประเทศอื่นๆ

 

4.2 ประเทศสหรัฐอเมริกา
ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางการค้า จาก
การที่มีขนาดของตลาดใหญ่ที่สุด โดยดำเนินกลยุทธ์แบบ Facilitator คืออำนวยความสะดวก
ให้ตลาดสามารถดำเนินงานได้อย่างไม่มีอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงระบบ
สาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่ง ระบบศุลกากร ธนาคาร การจัดตั้ง World Jewelry Center
เพื่อเป็นศูนย์อัญมณีและเครื่องประดับครบวงจร หรือแม้กระทั่งการพัฒนาทักษะของบุคลากร
ในอุตสาหกรรมนี้ รวมถึงการให้ความรู้กับผู้บริโภคสุดท้าย สิ่งเหล่านี้ล้วนจะส่งเสริมให้
สหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลางการค้าที่ผู้ประกอบการจากทั่วโลกให้ความสนใจเป็นลำดับต้นๆ
ของโลก
4.3 ประเทศเบลเยี่ยม
ประเทศเบลเยี่ยมเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางการค้าเพชรมานานโดยมี
ปัจจัยหลักมาจากการมีหน่วยงานที่ดูแลและประชาสัมพันธ์ความเป็นศูนย์กลางในการผลิต
และการค้าเพชรโดยเฉพาะอย่าง Antwerp World Diamond Center พร้อมทั้งมีหน่วยงาน
สนับสนุนทางด้านการเงิน ทำให้ธุรกิจต่างๆ สามารถดำเนินงานได้อย่างสะดวก และที่สำคัญ
คือ รัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมนี้อย่างเต็มที่ ถึงแม้เบลเยี่ยมจะเผชิญกับการท้าทาย
จากศูนย์กลางแห่งอื่นๆ อาทิ ดูไบ โดยรัฐบาลเบลเยี่ยมมีการประกาศมาตรการช่วยเหลือทาง
ภาษีและมาตรการอื่นๆ เพื่อรักษาความน่าสนใจของแอนต์เวิร์ป อย่างทันต่อสถานการณ์ การ
ดำเนินงานเหล่านี้จึงเสมือนเบลเยี่ยมใช้นโยบาย Polisher คือถึงแม้เบลเยี่ยมจะมีความ
ได้เปรียบในฐานะศูนย์กลางการค้าอยู่แล้ว แต่ก็พยายามกำหนดนโยบายและมาตรการต่างๆ
เพื่อสร้างความน่าสนใจยิ่งขึ้นให้กับประเทศของตน เสมือนการแต่งเติมความเงางาม นอกจาก
นั้นเบลเยี่ยมยังให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมได้แก่ การจัดตั้งสถาบันการศึกษาเฉพาะทาง ธนาคารและสถาบันการเงินที่ให้บริการพิเศษเพื่ออำนวยความ
สะดวกคล่องตัวให้กับอุตสาหกรรมเพชรอัญมณีกาญจนบุรี