ความเชี่ยวชาญ

ทางร้านของเราให้ความสำคัญกับรายละเอียดทุกขั้นตอน ในทุกกระบวนการผลิต เราใส่ใจคุณภาพของการคัดเลือกวัตถุดิบ ค้นคว้าวิจัย และตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อให้อัญมณีที่ดีที่สุด โดยใช้มาตรฐานระดับสูง และใช้ช่างฝีมือที่มีความแม่นยำและมีความปราณีต พิถีพิถันในทุกกระบวนการ เพื่อให้อัญมณีของเรามีความสมบูร์แบบ และเป็นที่พึงพอใจแก่ผู้สวมใส่เครื่องประดับที่มาจากร้านของเรา

ความเชี่ยวชาญในการคัดสรรวัตถุดิบ | Kitirin Jewlery ศูนย์รวมพลอยเมืองกาญจน์ และ อัญมณีกาญจนบุรี

คำว่า “อัญมณี” คือแร่ธาตุที่มีความสวยงาม สามารถนำมาเจียระไนและขัดมัน หรือ แกะสลักเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับ โดยทางร้านมีประสบการณ์ที่สะสมมากว่า 40 ปี ได้คำนึงถึงปัจจัยหลักในการคัดครรอัญมณีให้มีคุณภาพสูงสุด ดังนี้

การตรวจสอบ และวิเคราะห์อัญมณี

อัญมณีแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะแสงที่ต่างกัน การตรวจสอบและวิเคราะห์อัญมณีนั้นต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะ แต่สิ่งที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด ก็คือสายตา การสังเกตอัญมณีด้วยสายตาต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก ประกอบกับเครื่องมือที่มีความแม่นยำ ได้แก่ Polariscope (เครื่องมือที่ใช้ดูลักษณะทรงแสงของพลอย), Refractometer (เครื่องมือหาค่าดัชนีหักเหของพลอย), Dichroscope (เครื่องมือช่วยแยกพลอยหักเหคู่ และหักเหเดี่ยว), Heavy liquid(ใช้หาค่าความถ่วงจำเพาะของพลอย), Fluorescence (ใช้สังเกตการเรืองแสงสามารถแยกระหว่างพลอยสังเคราะห์ และพลอยธรรมชาติ), Spectroscope (ใช้ตรวจสอบพลอยย้อมสี) จึงสามารถมั่นใจได้ว่าทางร้านได้คัดสรรวัตถุดิบให้มีคุณภาพสูงสุดตั้งแต่ขั้นตอนแรก

ความสวยงาม (Beauty) :

ความงามของพลอย หรืออัญมณีจะมีความแตกต่างกันออกไป แล้วแต่ชนิดของพลอย โดยทางร้านจะใช้เกณฑ์ในการวัด โดยพิจารณาจาก ความงามของมัน ก็คือ สี (Colour) หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่า “น้ำ” , ความเป็นประกาย (Brilliance) หรือที่เรียกว่า “ไฟ” , ความวาวของผิว (Luster) และการกระจายแสง (Disperion)

ความหายาก (Rarity) :

โดยธรรมชาติของมนุษย์ มักจะให้คุณค่ากับสิ่งที่หายาก อัญมณีก็เช่นกัน แต่ถึงแม้ว่าจะหาได้ยาก และจะหาไม่ได้อีกในอนาคตก็ตาม ความนิยม และดีไซด์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะเพิ่มมูลค่าให้อัญมณีนั้นมีคุณค่าแก่ผู้ครอบครองและสวมใส่ ทางร้านจึงให้ความสำคัญกับสิ่งนี้เช่นกัน

ความคงทนถาวร (Durability) :

อัญมณีที่ดีนั้น นอกจากความสวยงามแล้ว ความคงทน แข็งแรง และเหนียว ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน จะต้องสามารถคงสภาพเดิมได้ทั้งในสภาวะปกติ และทั้งสภาวะการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ สามารถทนทานต่อปฏิกิริยาเคมีได้ จึงจะเหมาะที่จะนำมาเป็นเครื่องประดับ และสามารถเป็นของล้ำค่าและมีคุณค่าในการสืบทอดเป็นมรดกได้

ความวาว (Luster) :

ความวาวคือจำนวนและคุณภาพของแสงที่สะท้อนจากผิวพลอย ความวาวจะเกิด ต้องขึ้นอยู่กับการขัดมันที่ผิวพลอยมาอย่างดีและพิถีพิถัน ความวาวของอัญมณีนั้นมีอยู้ด้วยกัน 8 ลักษณะ ขึ้นอยู่กับชนิดของอัญมณีนั้น ๆ เช่น

  1. วาวแบบโลหะ (Metallic) มีความวาวสูงมาก เหมือนผิวของโลหะ เช่น เฮมาไนท์, มาร์คาไซท์
  2. วาวแบบเพชร (Admantine) เป็นลักษณะความวาว เฉพาะตัวของเพชร
  3. วาวแบบแก้ว (Vitreous) พลอยส่วนใหญ่จะมีลักษณะวาวแบบนี้ เช่น ทับทิม, มรกต
  4. วาวแบบขี้ผึ้ง (waxy) มีลักษณะความวาวเหมือนเทียนไข เช่น เทอร์ควอยซ์
  5. วาวแบบน้ำมัน (Greasy) มีลักษณะความวาวเหมือนกับทาน้ำมันไว้ที่พลอย เช่น หยกที่ได้รับการชักเงาอย่างดี
  6. วาวแบบไข่มุก (Pearly) มีลักษณะเหมือนรุ้ง ปรากฎให้เห็น เหมือนบนเปลือกหอยไข่มุก
  7. วาวแบบใยไหม (Silky) ได้แก่พลอยที่มีปรากฏการณ์ ตาแมว หรือสาแหรก
  8. วาวแบบยาง (Resinous) ดูเหมือนขุ่น และหนืดเหมือนยาง เช่น อำพัน

สีของอัญมณี (Hue) :

การกำหนดสีของอัญมณี เราจะเรียกจากสีของอัญมณีที่เห็น แต่ในกรณีที่อัญมณีนั้นมีความก้ำกึ่งของสีระหว่างกัน เช่น มีทั้งสีแดงและสีม่วงเล็กน้อย ก็จะเรียกว่าสีแดงอมม่วง ถ้าม่วงมากกว่าก็เรียกว่าสีม่วงอมแดง แต่หากสังเกตแล้วว่ามีจำนวนสีแดงกับสีม่วงเท่่ากัน ให้เรียกว่าแดงม่วง เป็นต้น

โทนสี (Tone) :

หมายถึง ความมืดหรือความสว่างของสี เช่น สีเขียวสว่างหรือสีเขียวมืด เป็นต้น

ความเข้มหรือความจัดของสี (Saturation) :

หมายถึง ปริมาณความเข้มข้นของสีเช่น ถ้าสีแดง สี้ส้ม หรือสีเหลือง ที่มีปริมาณความเข้มข้นของสีต่ำ หรือน้อย (Low Saturation) สีของอัญมณีจะอมสีน้ำตาลอ่อน (Brownish) ถ้าสีน้ำเงิน สีเขียว หรือสีม่วงที่มีความเข้มข้นของสีน้อยหรือต่ำ จะทำให้สีของอัญมณีอมสีเทา (Grayish)

การเจียระไน :

ในบางกรณีสีของอัญมณีอาจจะกระจายไม่ทั่วและไม่สม่ำเสมอ เป็นหย่อมหรือเป็นแถบสี (Colour Zoning) ที่เกิดจาก

เจียระไนโดยตั้งใจ (Designed) อัญมณีบางชนิดที่มีสี 2 หรือ 3 สีในตัวซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หายาก และมีความสวยงาม การตั้งใจที่จะเจียระไนให้เห็น คุณลักณะเด่นของ 2 หรือ 3 สีไว้ จะต้องออกแบบการเจียระไนรูปอัญมณีให้มีความสวยงามโดยรักษาสีเดิมไว้ หรือควบสีไว้ เช่น พลอยทัวมาลีน 2 สี (Bi-colour Tourmaline) เป็นต้น

เจียระไนโดยไม่ได้ตั้งใจ (Unintentional) เกิดขึ้นจาก อัญมณีที่ีบางส่วนของเนื้อที่มีความเข้มของสีแตกกต่างกัน เช่น พลอยซัฟไฟร์ ซึ่งเป็นอัญมณีที่มักมีสีไม่ทั่วหรือเรียบ หรือทับทิมพม่า ที่มีสีไม่ทั่วแซมด้วยเหลือบขาว ชาวบ้านเรียกว่า “กินบ่อเซี้ยง” เป็นต้น

ความสะอาดของอัญมณี หรือ ความใสสะอาดของอัญมณี (Clarity) :

อัญมณีเกิดจากธรรมชาติ ดังนั้นก็ย่อมจะมีตำหนิที่เกิดจากธรรมชาติเหมือนกัน การเกิดอัญมณีตามธรรมชาติภายใต้แรงกดดัน และอุณหภูมิที่สูงมาก ในขณะที่อัญมณีกำลังตกผลึกและเย็นตัวลง เปลือกโลกอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงก็สามารถส่งผลให้เกิดรอยบางอย่างในอัญมณีได้ หรือแม้กระทั่งในระหว่างการตกผลึกนั้น ก็สามารถที่จะมีแร่ตัวอื่นตกผลึกมาซ้อนกันได้ ก็อาจจะทำให้อัญมณีเกิดมีมลทิน (Inclusion) หรือตำหนิในเนื้ออัญมณีขึ้นมาได้

จึงได้มีการกำหนดระดับคุณภาพของความใสสะอาดใน อัญมณี พลอยที่เจียระไนแล้วอย่างเป็นระเบียบมากขึ้น โดยมีข้อกำหนดว่า ให้ทำการประเมินคุณภาพภายใต้กล้องขยายที่ใช้กำลังขยายขนาด 10 เท่า (10X) เท่านั้น โดยแบ่งคุณภาพความใสสะอาดของอัญมณี ที่เจียระไนแล้ว โดยที่ทางร้านกิติรินได้นำมากำหนดเป็นมาตรฐานสำคัญในการประเมินและคัดสรรอัญมณีเช่นกัน